วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ข้อมูลทั่วไป


 ข้อมูลสภาพแวดล้อม, ภูมิประเทศ
พื้นที่รับผิดชอบ     มีทั้งหมด หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่  1, 3, 4, 6, 7, 9, 10และ 11ตำบลโนนสว่าง
 ลักษณะที่ตั้ง
                ถนน ทางหลวงชนบทนาดี-โป่งเปือย  ตำบลหนองเข็ง  อำเภอบึงกาฬ  จังหวัดหนองคายพื้นที่ส่วนใหญ่ ของตำบลโนนสว่างเป็นที่ดอนและพื้นที่ราบลุ่มมีน้ำขัง บ้านเรือนตั้งอยู่รวมกันเป็นกลุ่มๆใหญ่มี หมู่บ้าน (ม.1, 3, 4, 7และ 11)มีเพียง หมู่บ้านที่แยกไปอยู่คนละส่วน คือหมู่ 6,9,10
มีเนื้อที่ 4ไร่ 1 งาน 74.50 ตารางวา
ขนาดพื้นที่และอาณาเขต หมู่บ้าน
                ทิศเหนือ                ติดจด      ตำบลไคสี
         ทิศใต้               ติดจด   ตำบลศรีชมพู
                ทิศตะวันตก          ติดจด      ม.ต.โนนสว่าง และ ตำบลหนองเลิง
                ทิศตะวันออก       ติดจด      ตำบลโป่งเปือย
ประวัติความเป็นมา
                ตำบลหนองเข็ง  ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2478 โดยการดำเนินงานของนายพลศักดิ์ สุดสนธิ์ อดีตกำนันตำบลหนองเข็งซึ่งเดิมมี 10 หมู่บ้าน จนเมื่อปี พ.ศ. 2525   ได้มีการขอแยกตำบล ตำบลได้รับการประกาศก่อตั้งเป็นตำบลหนองเข็ง เมื่อเดือน สิงหาคม 2526 ปัจจุบันตำบลหนองเข็งได้ขอเปลี่ยนชื่อเป็นตำบลโนนสว่างเนื่องจาก มีชื่อตำบลเป็นชื่อเดียวกับชื่อหมู่บ้านหนองเข็ง ในตำบลหอคำ  ทำให้เกิดความสับสนกับหน่วยงานอื่นๆที่มาติดต่อประสานงาน  เทศบาลตำบลหนองเข็งจึงได้ดำเนินการขอเปลี่ยนชื่อตำบลมาเป็นตำบลโนนสว่าง  โดยได้รับประกาศให้เปลี่ยนชื่อเป็นตำบลโนนสว่าง  ในเดือนมีนาคม  2554
                ชาวบ้านได้ดำเนินการขอทางราชการจัดตั้งสถานีอนามัยเมื่อครั้งยังไม่ได้แยกออกจากตำบล  ในปี พ.ศ. 2521 โดยการนำของกำนัน ดำเนินการยื่นเรื่องต่อทางราชการขอให้ก่อตั้งศูนย์สุขภาพชุมชนตำบลหนองเข็ง (หนองเข็ง - ดอนปอ) อำเภอบึงกาฬ   จังหวัดหนองคาย และได้เปิดทำการในปี 2521 จนถึงปัจจุบันซึ่งปัจจุบันเรียกว่าโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองเข็งและใน ปี พ.ศ. 2539 ได้รับอนุมัติให้จัดตั้งสถานีอนามัยบ้านดอนปอ  ซึ่งปัจจุบันเรียกว่าโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านดอนปอ ซึ่งเป็นเครือข่ายของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองเข็ง  ทำงานด้านสาธารณสุขในกองทุนเดียวกันคือกองทุนสุขภาพตำบลโนนสว่าง 

ลักษณะภูมิประเทศและสภาพภูมิอากาศ
                ภูมิประเทศ  พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ดอน น้ำท่วมไม่ถึงประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนาและทำสวนยางพารา  ซึ่งในปัจจุบันพื้นที่ส่วนใหญ่ได้กลายเป็นสวนยางพารา พื้นที่ในการทำนามีน้อยลงเนื่องจากการทำสวนยางพารามีรายได้ดีกว่าการทำนา ชาวบ้านจึงแปลงที่นาเป็นสวนยางพาราแบ่งพื้นที่ไว้ทำนาเฉพาะสำหรับพอบริโภคในครัวเรือน
                 ภูมิอากาศ   เป็นอากาศแบบร้อนชื้น 
สภาพทางสังคม   แต่ก่อนเมื่อ 50 ปีผ่านมาเป็นสังคมครอบครัวขยาย หลังคาเรือนจะประกอบด้วยหลายครอบครัวเป็นครอบครัวใหญ่ มี ปู ย่า ตา ยาย พ่อ แม่ เป็นเสาหลักของครอบครัว มีการสืบทอดประเพณี วัฒนธรรม โดยมีผู้อาวุโส ผู้สูงอายุเป็นผู้นำ พาทำสืบทอดต่อๆกันมา
                ปัจจุบัน   สภาพสังคมครอบครัวเปลี่ยนแปลงจากครอบครัวขยาย กลายเป็นครอบครัวเดี่ยวประมาณร้อยละ 80 ของครัวเรือน เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ดีขึ้นจากการประกอบอาชีพทำสวนยางพารา ประกอบกับการรับเอาวัฒนธรรมตะวันตกมาใช้กันแพร่หลาย ประชาชนในพื้นที่ไปทำงานต่างจังหวัดน้อยลง  ผู้ที่มีสวนยางพร้อมที่จะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เริ่มกลับมาสร้างบ้านเรือน และประกอบอาชีพอยู่ที่บ้าน ปัจจุบันมีการสร้างบ้านเรือนแยกครอบครัวเพิ่มมากขึ้น สังคมเริ่มมีการดูแล เอาใจใส่กันน้อยลง อยู่แบบตัวใครตัวมันมากขึ้น ต่างคนต่างทำงาน เด็กเล็กวัยที่ต้องได้รับการดูแลจากพ่อแม่ กลับมีปู่ ย่า  ตา  ยาย ทำหน้าที่ เป็นพ่อ แม่ แทน เด็กนักเรียนการเรียนตกต่ำเนื่องจากไม่มีผู้เอาใจใส่ดูแลเรื่องการเรียน ติดเกมส์  เด็กวัยรุ่นขาดคนอบรมดูแล มีความก้าวร้าวมากขึ้น  มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่น ติดบุหรี่  ดื่มเหล้า  ติดยาเสพติด  ขับรถซิ่งมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย ท้องก่อนวัยอันสมควรวัยทำงานมีความเสี่ยงเกี่ยวกับการทำงานมากขึ้น เช่น สารเคมีต่างๆจากการทำสวนยาง  อุบัติเหตุจากการทำงาน ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่มีโรคประจำตัวมากที่สุดและมีภาระที่ต้องเลี้ยงดูลูกหลาน  ขาดคนเอาใจใส่ดูแลมากขึ้น

สภาพทางเศรษฐกิจ           
                สภาพทางเศรษฐกิจดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมากเนื่องจากประชากร มีการประกอบอาชีพทำสวนยางพาราส่วนการทำนาทำเพื่อบริโภคในครัวเรือนเป็นส่วนใหญ่   มีรายได้ต่อครัวเรือนมากขึ้น ประชากรที่ไม่มีสวนยางเป็นของตนเองก็รับจ้างทำงานในสวนยางพารา เป็นการสร้างอาชีพให้กับคนในชุมชน ประชากรส่วนหนึ่งก็ทำงานรับจ้างในต่างจังหวัด  เช่นทำงานโรงงาน  งานก่อสร้าง  เป็นต้น
อาชีพ/รายได้        -รายได้ขายยางพาราของตำบลเฉลี่ยต่อเดือนๆละ 8,000,000 บาท
- รับจ้างในโรงงานต่างพื้นที่(เฉลี่ยรายได้ 6,000-10,000บาท/คน/เดือน)
                        -  ค้าขาย
ด้านการพาณิชย์
                   -  ร้านค้าจำหน่ายน้ำมัน                                   7             แห่ง
                   -  ร้านขายอาหาร/แผงลอย                            22             แห่ง
                   -  ร้านขายของชำ                                              9              แห่ง
                   -  กองทุนหมู่บ้าน                                             8              แห่ง

ด้านสาธารณูปโภค
                          - ประปาหมู่บ้าน                                  3 แห่ง

ด้านการศึกษา
         มีโรงเรียนสังกัดสำนักงานการประถมศึกษา    1   แห่ง เปิดสอนมาเป็นเวลา 40 + ปี โรงเรียนมัธยมศึกษา แห่ง ในอดีตผู้ปกครองจะส่งลูกหลานเรียนในพื้นที่ ซึ่งคนรุ่นเก่าจะเรียนจบการศึกษาภาคบังคับในพื้นที่  (จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4) ปัจจุบันระบบคมนาคมสะดวก เศรษฐกิจดี ค่านิยมในการส่งลูกหลานไปเรียนในเมือง และผลของการแบ่งพื้นที่เข้าเรียนต่อของนักเรียน  ผู้ปกครองต้องการให้บุตรได้เรียนต่อโรงเรียนในเมือง จึงส่งลูกไปเรียนหนังสือในเมืองตั้งแต่ระดับอนุบาล จนถึงมัธยมศึกษา เกือบครึ่งของเด็กในวัยเรียนที่อยู่ในพื้นที่เดินทางไปเรียนที่โรงเรียนในตัวอำเภอ


อัตราการรู้หนังสือของประชาชน
                                -  ผู้ไม่รู้หนังสือ                                  ร้อยละ  1.8
                                - จบประถมศึกษา                               ร้อยละ  45.6
                                - จบมัธยมศึกษา                                  ร้อยละ  50.2
                                - จบปริญญาตรี                                   ร้อยละ  2.4

ด้านการศาสนา   ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ มีกิจกรรมทางศาสนาทุกวันพระและวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา  มีการสืบทอดประเพณีสำคัญทางศาสนา เช่น  การเวียนเทียน ทำบุญใส่บาตรในวันสำคัญ ประเพณีสรงน้ำพระวันสงกรานต์  การบวชชีพราหม์  เป็นต้น นอกนั้นยังมีความเชื่อทางด้านศาสนา เช่นการรดน้ำมนต์  การทำพิธีสะเดาะเคราะห์ การ.เป่าน้ำมนต์รักษาโรค  เป็นต้น ซึ่งพระยังเป็นที่พึ่งของคนในชุมชน  และมีวัดเป็นศูนย์กลางด้านจิตใจของคนในชุมชน 
-                   วัด/สำนักสงฆ์พุทธ                                             แห่ง
ระบบบริการพื้นฐาน
1.  ด้านการคมนาคมมีทางหลวงแผ่นดินผ่าน สายได้แก่ ถนนสายบ้านโนนสว่าง-ศิริพร
ทางค่อนข้างชำรุด  ถนนเดินทางต่อเข้าไปถึงตัวจังหวัดเป็นถนนทางหลวง ไคสี-บึงกาฬ  เดินทางสะดวก
ใช้เวลาเดินทางประมาณ  30 นาที   ส่วนถนนในหมู่บ้านปัจจุบันได้รับการพัฒนาเป็นถนนคอนกรีตเกือบทุกสาย 
                2. ด้านสาธารณูปโภค   มีประปาหมู่บ้าน แห่ง  ระบบประปาค่อนข้างมีปัญหา  หน้าแล้งน้ำจะไม่พอใช้  ส่วนหน้าฝนน้ำจะขุ่น เป็นสีโคลน
                3. กลุ่ม/องค์กร/ชมรม   ที่สนับสนุนการมีส่วนร่วมในชุมชน
                                3.1. กลุ่มสตรีและกลุ่มแม่บ้าน   จำนวน    140   คน รวมตัวกันทำอาชีพเสริมรายได้ เช่น การทอเสื่อกก การจักสานงานฝีมือ การทอผ้า  เป็นต้น
                                3.2. ชมรมผู้สูงอายุ ชมรม มีการทำกิจกรรมของชมรม  เช่น การจักรสาน  การออกกำลังกาย  กิจกรรมดนตรีต่างๆ เป็นต้น
                                3.3. ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขตำบล มีอสม.จำนวน83คน ดำเนินงานเป็นทีมสุขภาพในชุมชนช่วยดำเนินงานด้านจิตอาสาในชุมชน ดูแลยี่ยมผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ผู้สูงอายุ ผู้พิการ หญิงมีครรภ์/หลังคลอด  ติดตามเฝ้าระวังภาวะโภชนาการเด็กอายุ 0-6 ปี   และเป็นแกนนำด้านสุขภาพของชุมชน ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในชุมชน
                                3.5. ชมรมสร้างสุขภาพ ทั้งหมด 8  ชมรม   ซึ่งเป็นชมรมแกนนำในการส่งเสริม
       การเข้าถึงบริการสุขภาพ ณ. สถานบริการด้านการรักษาพยาบาล เมื่อเกิดการเจ็บป่วย   
1. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโนนสว่างเปิดให้บริการทุกวัน 
วันปกติ  ตั้งแต่เวลา  08.30 น.-18.30 น.
วันหยุด  ตั้งแต่เวลา  08.30 น.-16.30 น.
           ประชาชนเข้ารับบริการได้ง่ายด้วยระบบการบริการแบบ One  stop  service  การเดินทางมารับบริการสะดวก  เนื่องจากสถานบริการอยู่ติดกับชุมชนใหญ่ของตำบล  หมู่บ้านที่ไกลสุดห่างจากสถานบริการ เพียง  1  กิโลเมตร มีระบบการติดตามเยี่ยมบ้านให้บริการที่บ้านกับผู้ป่วยที่ไม่สามารถมารับบริการได้ เช่น ผู้พิการ  ผู้สูงอายุ  ผู้ป่วยเรื้อรัง  มีระบบการส่งต่อผู้ป่วยไปรับบริการในกรณีที่เกินความสามารถของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โดยเรียกใช้บริการ 1669  ผู้ป่วยบางรายเดินทางไปได้ด้วยตนเองเนื่องจากการคมนาคมสะดวก และจากภาวะเศรษฐกิจดี ส่วนใหญ่ประชาชนจะมีรถส่วนตัวซึ่งผู้มารับบริการที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุและเด็ก
2.             โรงพยาบาลบึงกาฬ เป็นโรงพยาบาลแม่ข่ายรับส่งต่อผู้ป่วยในกรณีที่เกินความสามารถของ
เจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ห่างจากตำบล  ประมาณ  26  กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ  30  นาที  สำหรับผู้มีรถส่วนตัวสามารถเดินทางไปได้โดยสะดวก  แต่สำหรับคนที่ไม่มีรถค่อนข้างลำบากเนื่องจากไม่มีรถโดยสารคนมีรถส่วนตัวมากขึ้นรถโดยสารจึงไม่วิ่ง เนื่องจากได้ผู้โดยสารไม่คุ้มกับค่าน้ำมันผู้ป่วยต้องอาศัยรถนักเรียนเดินทางไป-กลับ ไปตั้งแต่เช้าและกลับถึงบ้านตอนเย็น บางคนก็เหมารถคนอื่นไป แต่เสียค่าใช้จ่ายแพง  โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยเรื้อรังที่ต้องไปรับยาประจำที่โรงพยาบาลบึงกาฬ
ที่มาข้อมูล จากการสำรวจ/ซักถาม

ประชากรและการปกครอง

                          การปกครองขึ้นตรงกับกำนัน ตำบลหนองเข็ง ซึ่งมีทั้งหมด 11หมู่บ้าน แบ่งความรับผิดชอบ
ด้านสาธารณสุข   เป็น แห่ง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโนนสว่างรับผิดชอบ หมู่ที่ 1, 3,4,6,7,9,10 และ 11โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านดอนปอ รับผิดชอบ หมู่ที่ 2, 5และ 8มีประชากร รับผิดชอบ   ดังนี้
ตารางแสดงจำนวนประชากรและการปกครองจำแนกรายหมู่บ้าน
หมู่ที่
ชื่อบ้าน
จำนวนครัวเรือน
จำนวนประชากร
ชาย
หญิง
รวม
1
  บ้านโนนสว่าง
202
534
560
1094
3
  บ้านสรรทวี
119
308
285
593
4
  บ้านนาดี
154
402
394
796
6
  บ้านหนองดินดำ
94
223
219
442
7
  บ้านบูรพา
175
439
433
872
9
  บ้านพรนิยม
146
389
353
742
10
  บ้านโนนงาม
91
258
235
493
11
  บ้านโนนดู่
112
267
276
543
รวม
8 หมู่บ้าน
1,093
2,820
2,755
5,575